บทวิเคราะห์แมตช์ระหว่าง เบนฟิกา พบ เรอัล มาดริด ครอบคลุมเกมนัดชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพปี 1962 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างแชมป์เก่าและสโมสรที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ในห้าสมัยแรก ทั้งสองสโมสรไม่เคยเผชิญหน้ากันมาก่อนในการแข่งขันฟุตบอลยุโรปก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศนี้ เบนฟิกา ลงแข่งขันในฐานะแชมป์เก่าหลังจากเอาชนะ บาร์เซโลนา 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศปี 1961 ที่กรุงเบิร์น เรอัล มาดริด ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่หกในรอบเจ็ดฤดูกาล โดยพลาดท่าแพ้ไปเพียงแมตช์เดียวตลอดเส้นทาง เฟเรนซ์ ปุสกาช และ อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน นำทัพแนวรุกของสเปน ในขณะที่ เอวเซบิโอ ในวัย 20 ปี แบกรับความหวังของโปรตุเกสร่วมกับ มาริโอ โคลูนา

บทวิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด ชี้ให้เห็นถึงเกมนัดชิงชนะเลิศที่เปิดแลกกันของสองทีมที่เน้นเกมรุกด้วยโครงสร้างอายุของทีมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรอัล มาดริด พึ่งพานักเตะมากประสบการณ์ในวัยสามสิบกลางๆ ซึ่งรวมถึง ดิ สเตฟาโน และ ปุสกาช ส่วน เบลา กุตต์มันน์ สร้าง เบนฟิก้า ขึ้นมาจากผู้เล่นที่อายูน้อยกว่าและมีความเร็วสูงซึ่งสามารถบดขยี้คู่แข่งที่เริ่มอ่อนล้าได้ เรอัลถือสถิติที่แข็งแกร่งกว่าในรายการแข่งขันนี้ โดยทำได้ 27 ประตูและเสียเพียงสามประตูเท่านั้นก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ด้าน เบนฟิก้า กุมความได้เปรียบจากโมเมนตัมของการเป็นแชมป์เก่าด้วยสถิติเกมเหย้า (ในบ้าน) ที่ชนะสามนัดรวดจากสามนัด ทุกสายตาจึงคาดหวังว่าจะได้เห็นการแข่งขันที่มีการทำประตูกันอย่างถล่มทลายใน เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด จากการที่ประสบการณ์อันล้นเหลือของเรอัลต้องดวลกับพละกำลังอันสดใหม่ของเบนฟิก้า
อัตราต่อรองการแข่งขันระหว่าง เบนฟิก้า กับ เรอัล มาดริด ยกให้ เรอัล มาดริด เป็นทีมเต็ง จากดีกรีแชมป์ยุโรป 5 สมัยและเส้นทางอันยอดเยี่ยมสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม ราคาประเมินเปิดให้ เรอัล อยู่ที่ราว +130 ในเวลา 90 นาที ขณะที่ เบนฟิก้า อยู่ที่ราว +210 สถิติชนะ 8 จาก 9 นัดของ เรอัล ส่งผลให้ราคาจ่ายค่อนข้างต่ำ ส่วนสถานะแชมป์เก่าของ เบนฟิก้า ช่วยไม่ให้ช่องว่างของราคาถ่างกว้างไปกว่านี้ อัตราต่อรอง จำนวนประตูรวม O/U อยู่ที่ 3.5 ประตู ซึ่งสมน้ำสมเนื้อกับการดวลกันของสองแนวรุกที่ทำประตูได้มากที่สุดใน รายการแข่งขัน อัตราต่อรอง แฮนดิแคป HDP ปป. (เสมอควบครึ่ง) ให้กับ เรอัล สะท้อนถึงความได้เปรียบเพียงเล็กน้อยของยอดทีมจากสเปน

อัตราต่อรองของการแข่งขันระหว่าง เบนฟิก้า กับ เรอัล มาดริด แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| เบนฟิก้า | ทีม | เรอัล มาดริด |
|---|---|---|
| +200 | ราคาเปิด | +140 |
| +210 | ราคาจ่าย | +130 |
| 3.5 | จำนวนประตูรวม | 3.5 |
| +0.25 | แต้มต่อ | -0.25 |
สถิติการพบกันแบบเฮดทูเฮด ในศึกยูโรเปียนคัพระหว่าง เบนฟิก้า และ เรอัล มาดริด เริ่มต้นจากเกมนัดชิงชนะเลิศปี 1962 ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองสโมสรใน รายการแข่งขัน นี้ โดย เบนฟิก้า เป็นฝ่าย ชนะ ใน การแข่งขัน นัดนั้น 5-3 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ทั้งสองทีมโคจรมาพบกันอีกครั้งใน รอบก่อนรองชนะเลิศ ฤดูกาล 1964/65 หรือสามปีหลังจากนัดชิงชนะเลิศดังกล่าว เบนฟิก้า ถล่ม เรอัล ขาดลอย 5-1 ที่ลิสบอน ทำให้เกมนัดที่สองในมาดริดแทบจะหมดความหมาย เรอัล ชนะ ในเกมนัดที่สอง 2-1 ทว่า เบนฟิก้า ก็ผ่านเข้ารอบไปด้วยผลประตูรวม 6-3 โดย เบนฟิก้า เป็นฝ่าย ชนะ ได้ตลอดการพบกัน 3 นัดแรกในศึกยูโรเปียนคัพไม่ว่าจะเป็นการตัดสินด้วยผลประตูรวมหรือการแข่งขันนัดเดียว

การพบกันในศึกยูโรเปียนคัพระหว่าง เบนฟิก้า และ เรอัล มาดริด มีรายละเอียดระบุไว้ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | ทีม | รายการแข่งขัน | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 2 พฤษภาคม 1962 | เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด | ยูโรเปียนคัพ 1961/62, นัดชิงชนะเลิศ | 5-3 |
| 24 กุมภาพันธ์ 1965 | เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด | ยูโรเปียนคัพ 1964/65, รอบก่อนรองชนะเลิศ | 5-1 |
| 10 มีนาคม 1965 | เรอัล มาดริด พบ เบนฟิก้า | ยูโรเปียนคัพ 1964/65, รอบก่อนรองชนะเลิศ | 2-1 |
เบนฟิก้า ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอนักใน 5 เกมหลังสุดของศึกยูโรเปียนคัพก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ โดยเก็บ ชัยชนะ ได้ 3 นัดและแพ้ 2 นัด ชัยชนะ ใน เกมเหย้า เหนือ ออสเตรีย วีน 5-1 ช่วยการันตีการผ่านรอบแรก หลังจากบุกไป เสมอ 1-1 ในกรุงเวียนนา เนิร์นแบร์กคว้าชัยชนะในนัดแรกของรอบก่อนรองชนะเลิศ 3-1 ที่ เยอรมนี สร้างแรงกดดันให้แชมป์เก่าอย่างหนัก ทว่าเบนฟิก้าตอบโต้อย่างดุดันด้วยการเปิดบ้านถล่ม 6-0 พลิกสถานการณ์เข้ารอบได้อย่างยอดเยี่ยมที่ลิสบอน ขณะที่ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ พลาดท่าปราชัย 3-1 ที่ เอสตาดิโอ ดา ลุซ ในรอบรองชนะเลิศ นัดแรก แม้ว่าสเปอร์ส จะ ชนะ 2-1 ที่ ไวต์ ฮาร์ต เลน แต่ เบนฟิก้า ก็ยังผ่านเข้ารอบไปด้วยผลประตูรวม 4-3
ผลงาน 5 นัดหลังสุดในศึกยูโรเปียนคัพของเบนฟิก้าก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
ผลงานของ เบนฟิก้า 5 เกมหลังสุด
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B | รายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| พฤศจิกายน 1961 | เบนฟิก้า | 5-1 | ออสเตรีย วีน | ยูโรเปียนคัพ รอบแรก |
| กุมภาพันธ์ 1962 | เนิร์นแบร์ก | 3-1 | เบนฟิก้า | ยูโรเปียนคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| กุมภาพันธ์ 1962 | เบนฟิก้า | 6-0 | เนิร์นแบร์ก | ยูโรเปียนคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 21 มีนาคม 1962 | เบนฟิก้า | 3-1 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ | ยูโรเปียนคัพ รอบรองชนะเลิศ |
| 5 เมษายน 1962 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ | 2-1 | เบนฟิก้า | ยูโรเปียนคัพ รอบรองชนะเลิศ |
เรอัล มาดริด ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งใน 5 นัดหลังสุดของศึกยูโรเปียนคัพก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ ด้วยผลงาน ชนะ 4 และแพ้ 1 นัด ดิ สเตฟาโน ทำประตูโทนในตูริน ช่วยให้เรอัลบุกไปชนะยูเวนตุส 1-0 ในเกมนัดแรกของ รอบก่อนรองชนะเลิศ ทว่า ยูเวนตุส กลับมาเอาชนะ 1-0 ที่ เบร์นาเบว ยัดเยียดความปราชัยในบ้านครั้งแรกในประวัติศาสตร์ศึกยูโรเปียนคัพให้กับเรอัลทำให้ต้องไปเล่นนัดเพลย์ออฟตัดสินที่ปารีส และ เรอัล เป็นฝ่าย ชนะ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ด้านสตองดาร์ ลีแอช ต้านทานไม่ไหว แพ้ไป 4-0 ในมาดริด และ 2-0 ที่ เบลเยียม ส่งผลให้ เรอัล เก็บคลีนชีตได้ถึง 4 นัดจาก 5 การแข่งขัน ดังกล่าว
ผลงาน 5 นัดหลังสุดในศึกยูโรเปียนคัพของเรอัล มาดริด ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ มีรายละเอียดระบุไว้ในตารางด้านล่างนี้
ผลงานของ เรอัล มาดริด 5 เกมหลังสุด
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B | รายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 14 กุมภาพันธ์ 1962 | ยูเวนตุส | 0-1 | เรอัล มาดริด | ยูโรเปียนคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 21 กุมภาพันธ์ 1962 | เรอัล มาดริด | 0-1 | ยูเวนตุส | ยูโรเปียนคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 28 กุมภาพันธ์ 1962 | เรอัล มาดริด | 3-1 | ยูเวนตุส | ยูโรเปียนคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดเพลย์ออฟ |
| มีนาคม 1962 | เรอัล มาดริด | 4-0 | สตองดาร์ ลีแอช | ยูโรเปียนคัพ รอบรองชนะเลิศ |
| เมษายน 1962 | สตองดาร์ ลีแอช | 0-2 | เรอัล มาดริด | ยูโรเปียนคัพ รอบรองชนะเลิศ |
ภาพรวมตารางคะแนนยูโรเปียนคัพในฤดูกาล 1961/62 เป็นระบบแพ้คัดออกทั้งหมดโดยไม่มีรอบแบ่งกลุ่ม สถิติ ของทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทั้ง 4 ทีมสะท้อนให้เห็นภาพของ รอบการแข่งขัน สุดท้ายได้อย่างชัดเจนที่สุด โดย เรอัล มาดริด นำโด่งด้วยผลงาน ชนะ 8 จาก 9 นัด ขณะที่ เบนฟิก้า มี สถิติ ชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 2 นัด แต่ก็เอาตัวรอดผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยผลประตูรวมในทุกรอบ ด้าน ท็อตแนม และ สตองดาร์ ลีแอช ต้องยุติเส้นทางในรอบรองชนะเลิศแม้จะทำผลงานได้ดีก็ตาม โครงสร้างแบบแพ้คัดออกให้ความสำคัญกับผลประตูรวมมากกว่าความสม่ำเสมอในแต่ละนัดเดี่ยวๆ
สถิติ ของทั้ง 4 ทีมในรอบรองชนะเลิศก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
ทีมในรอบรองชนะเลิศยูโรเปียนคัพ1961/62
| ทีม | ชนะ | แพ้ | เสมอ | นัดล่าสุด |
|---|---|---|---|---|
| เรอัล มาดริด | 8 | 1 | 0 | ชนะ 2-0 พบ สตองดาร์ ลีแอช |
| เบนฟิก้า | 3 | 2 | 1 | แพ้ 1-2 พบ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ |
| ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ | 4 | 3 | 1 | ชนะ 2-1 พบ เบนฟิก้า |
| สตองดาร์ ลีแอช | 5 | 3 | 0 | แพ้ 0-2 พบ เรอัล มาดริด |
ตารางคะแนนยูโรเปียนคัพชี้ให้เห็นว่า เรอัล มาดริด มี สถิติ ที่แข็งแกร่งกว่า ขณะที่เบนฟิก้ามีฟอร์มในบ้าน ที่เฉียบคมกว่าก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ เรอัล แข่ง ไป 9 นัด ซึ่งมากกว่าเบนฟิก้า อยู่ 3 นัดหลังต้องลงเล่นตั้งแต่รอบคัดเลือก โดยทีมดังจากสเปนยิงได้ (ประตู) 27 ประตู และเสียไปเพียง 3 ประตู คิดเป็นผลต่างประตูได้เสีย +24 ส่วนเบนฟิก้ายิงได้ (ประตู) 17 ประตู และเสีย 8 ประตู โดยอาศัยชัยชนะขาดลอยในเกมเหย้าเพื่อพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้ใน เกมเยือน เรอัล เก็บคลีนชีต ได้ 6 นัด เทียบกับเบนฟิก้า ที่ทำได้เพียงนัดเดียว นอกจากนี้ ตารางคะแนนยูโรเปียนคัพ แบบเต็มยังยืนยัน สถิติเกมเยือน (นอกบ้าน) ของเรอัล ที่ ชนะ รวด 4 นัดเต็ม
สถิติในรายการแข่งขันของทั้งสองสโมสรก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| เบนฟิก้า | ทีม | เรอัล มาดริด |
|---|---|---|
| 6 | กลุ่ม | 9 |
| 3 | ชนะ | 8 |
| 1 | เสมอ | 0 |
| 2 | แพ้ | 1 |
| 17 | ประตูที่ทำได้ | 27 |
| 8 | ประตูที่เสีย | 3 |
| +9 | ผลต่างประตูได้เสีย | +24 |
| ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 0 | สถิติเกมเหย้า | ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 1 |
| ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 2 | สถิติเกมเยือน | ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 0 |
| 1 | คลีนชีต | 6 |
โปรแกรมการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในศึกยูโรเปียนคัพช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 1961/62 ได้แก่ การแข่งขัน รอบรองชนะเลิศทั้งสองคู่ และเกมนัดชิงชนะเลิศที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เบนฟิก้า ดวลกับ ท็อตแนม แบบเหย้า-เยือนในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 1962 ส่วน เรอัล มาดริด พบกับ สตองดาร์ ลีแอช ในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนจะผ่านเข้ารอบไปอย่างสบายๆ ด้วยผลประตูรวม 6-0 ผู้ชนะของทั้งสองคู่ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ณ โอลิมปิก สเตเดียม ในวันที่ 2 พฤษภาคม โดย ตารางการแข่งขัน ใน โปรแกรมการแข่งขันยูโรเปียนคัพ มีระยะเวลาห่างกันไม่ถึงสี่สัปดาห์ระหว่างเกมนัดตัดเชือกนัดสุดท้ายกับนัดชิงชนะเลิศ
โปรแกรมการแข่งขันช่วงท้ายของศึกยูโรเปียนคัพ 1961/62 แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | การแข่งขัน | สนามแข่งขัน | รอบการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 21 มีนาคม 1962 | เบนฟิก้า พบ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ | เอสตาดิโอ ดา ลุซ, ลิสบอน | รอบรองชนะเลิศ นัดแรก |
| มีนาคม 1962 | เรอัล มาดริด พบ สตองดาร์ ลีแอช | ซานติอาโก เบร์นาเบว, มาดริด | รอบรองชนะเลิศ นัดแรก |
| 5 เมษายน 1962 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ พบ เบนฟิก้า | ไวต์ ฮาร์ต เลน, ลอนดอน | รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง |
| เมษายน 1962 | สตองดาร์ ลีแอช พบ เรอัล มาดริด | สตาด เดอ สเกลแซง, ลีแอช | รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง |
| 2 พฤษภาคม 1962 | เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด | โอลิมปิก สเตเดียม, อัมสเตอร์ดัม | รอบชิงชนะเลิศ |
สามารถตรวจสอบตารางคะแนนยูโรเปียนคัพล่าสุดได้ผ่านแหล่งข้อมูลทางการและคลังประวัติศาสตร์ที่ได้รับการรับรอง โดยแต่ละแหล่งจะระบุผลการแข่งขัน ผลสกอร์รวม และเส้นทางของทุกสโมสรในสายการแข่งขัน ซึ่งบันทึกที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจะช่วยให้ข้อมูลสถิติทางประวัติศาสตร์ตรงกันในทุกเว็บไซต์
สามารถตรวจสอบตารางคะแนนยูโรเปียนคัพล่าสุดได้โดยทำตามขั้นตอนทั้ง 5 ขั้นตอนที่ระบุไว้ด้านล่างนี้
การวิเคราะห์คู่ระหว่าง เบนฟิก้า พบกับ เรอัล มาดริด บน UFABET ทำได้ผ่านลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนบนแพลตฟอร์ม กระบวนการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่การสร้างบัญชีไปจนถึงการตรวจสอบตลาดแทงบอลและการเปรียบเทียบสถิติ โดยแต่ละขั้นตอนจะนำไปสู่การดูอัตราต่อรองและสถิติต่างๆ ภายในส่วนของ แทงบอล
การวิเคราะห์คู่ เบนฟิก้า พบกับ เรอัล มาดริด บน UFABET มี 6 ขั้นตอนตามรายละเอียดด้านล่างนี้
ตลาดแทงบอลของการแข่งขันระหว่าง เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด ครอบคลุมทั้งผลการแข่งขัน การทำประตู และผู้เล่นรายบุคคล แต่ละตลาดแทงบอลตัดสินผลจากส่วนต่างๆ ของนัดชิงชนะเลิศที่ทำประตูกันถึงแปดประตู ตัวเลือกด้านล่างนี้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับนัดชิงชนะเลิศระดับยุโรป
ตลาดแทงบอลของการแข่งขันที่ได้รับการพิจารณาสำหรับคู่ เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด มีระบุไว้ด้านล่างนี้
สถิติการแข่งขันที่มีอิทธิพลต่ออัตราต่อรองของคู่ เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด ได้แก่ ศักดิ์ศรีของสโมสร ฟอร์มล่าสุด อัตราการทำประตู และสถิติเกมรับ อันดับฟีฟ่ายังไม่มีใน 1962 แชมป์ระดับยุโรปจึงเป็นตัววัดความแข็งแกร่งหลัก เรอัล มาดริด ทำประตูเฉลี่ย 3.00 ประตูต่อเกมก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ เหนือกว่า เบนฟิก้า ที่ทำได้ 2.83 ประตู ความต่างในเกมรับปรากฏชัดเจนกว่า โดยเรอัลเสีย 0.33 ประตูต่อเกม เมื่อเทียบกับ เบนฟิก้า ที่เสีย 1.33 ประตู ทั้งสองสโมสรไม่เคยพบกันในรายการยุโรปมาก่อน ทำให้ฟอร์มและศักดิ์ศรีของทีมเป็นแนวทางสำคัญในการประเมิน
สถิติสำคัญของทั้งสองสโมสรเปรียบเทียบไว้ในตารางด้านล่าง
| เบนฟิก้า | ทีม | เรอัล มาดริด |
|---|---|---|
| ไม่มีการจัดอันดับ (1962) | อันดับฟีฟ่า | ไม่มีการจัดอันดับ (1962) |
| ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ แพ้ | ฟอร์มล่าสุด (5 นัดที่ลงเล่น ล่าสุด) | ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ |
| 2.83 | ประตูที่ทำได้ ต่อนัด | 3.00 |
| 1.33 | ประตูที่เสีย ต่อนัด | 0.33 |
| พบกันครั้งแรก | สถิติ การพบกัน | พบกันครั้งแรก |
อัตราต่อรองปัจจุบันของคู่ เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด มอบคุณค่าที่ยอดเยี่ยมสำหรับ เบนฟิก้า ที่ราคา +210 เมื่อพิจารณาจากสถานะของสโมสรในฐานะแชมป์เก่า เงินเดิมพัน $100 สำหรับ เบนฟิก้า ให้ผลกำไร $210 ขณะที่เงินเดิมพันเท่ากันสำหรับเรอัลที่ราคา +130 ให้ผลตอบแทน $130 ราคาของ เบนฟิก้า ประเมินสถิติทางแท็กติกของกุตต์มันน์ต่ำเกินไป รวมถึงชัยชนะ 3-2 เหนือ บาร์เซโลนา ในนัดชิงชนะเลิศ 1961 โครงสร้างอายุของเรอัลเพิ่มความเสี่ยงให้กับทีมเต็ง เนื่องจากดิ สเตฟาโนและปุสกาชต่างมีอายุ 35 ปี ฟอร์มในบ้านของ เบนฟิก้า ทำให้จำนวนประตูรวมของพวกเขาพุ่งสูง ซึ่งทำให้ราคาต่อรองสูสีกว่าที่สถิติเกมเยือน (นอกบ้าน) บ่งบอก จำนวนประตูรวม 3.5 ประตูมอบคุณค่าในฝั่งสกอร์สูง โดยทั้งสองทีมทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดรายการแข่งขัน ชัยชนะ 5-3 ของ เบนฟิก้า ตอบแทนทั้งราคาทีมรองและสกอร์สูงในแมตช์เดียวกัน
ฟอร์มการเล่นในการแข่งขันช่วงหลังของเบนฟิก้า แสดงให้เห็นถึงทีมที่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาจากความพ่ายแพ้ในเกมเยือนได้ ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในเกมเหย้า โดยมีสามผลการแข่งขันจากรอบน็อกเอาต์ที่เป็นตัวกำหนดเส้นทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม
ฟอร์มการแข่งขันช่วงหลังของเบนฟิก้า มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เบนฟิก้าวางแผนการเล่นในการดวลกับเรอัล มาดริด ด้วยรูปแบบเกมรุกที่เน้นความเร็ว การขึ้นเกมริมเส้น และการจ่ายบอลที่รวดเร็วผ่านแดนกลาง กุตต์มันน์ ไว้วางใจให้ โคลูนา เป็นตัวเชื่อมระหว่างเกมรับและเกมรุก ซึ่งเป็นบทบาทที่เข้ากับระยะการจ่ายบอลอันแม่นยำของเขา เอวเซบิโอ และ โชเซ ออกุสโต เติมความเร็วทางกราบขวา ขณะที่ อันโตนิโอ ซิโมเอส คอยถ่างเกมทางฝั่งซ้าย ส่วน โชเซ อากวาส รับบทบาทกัปตันทีมและกองหน้าตัวเป้าคอยพักบอล แผนการดังกล่าวสะดุดลงในช่วงต้นเกม เมื่อ ปุสกาช ซัดแฮตทริกสามประตูได้ใน 38 นาทีแรก แต่ กุตต์มันน์ ได้ปรับแท็กติกช่วงพักครึ่ง โดยมอบหมายให้ โดมิเชียโน คาเวม ตามประกบติด ดิ สเตฟาโน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ตัดขาดเพลย์เมกเกอร์ตัวหลักของ เรอัล และเปิดทางให้ เบนฟิก้า ทวงคืนสามประตูรวดโดยไม่เสียประตูเพิ่ม
ขุมกำลังชุดลุยศึกยูโรเปียนคัพของเบนฟิก้า ประกอบด้วยแกนหลักจากทีมชุดแชมป์ปี 1961 บวกกับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง เอวเซบิโอ โดย กุตต์มันน์ สร้างกลุ่มผู้เล่นชุดนี้ขึ้นมาจากแข้งโปรตุเกสและนักเตะที่เกิดในแอฟริกา ซึ่งหลายรายต่างมีประสบการณ์ในเกมนัดชิงชนะเลิศปี 1961 มาแล้ว
รายชื่อผู้เล่นที่อยู่ในขุมกำลังลุยศึกยูโรเปียนคัพของเบนฟิก้า มีดังต่อไปนี้
เรอัล มาดริด ยืนหยัดในฐานะสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยูโรเปียนคัพ โดยเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศปี 1962 ด้วยผลงานคว้าแชมป์ 5 สมัยและเส้นทางที่เกือบไร้ที่ติ เรอัลชนะ 8 จาก 9 นัดที่ลงเล่นระหว่างทางสู่อัมสเตอร์ดัม พร้อมยิงได้ (ประตู) 27 ประตู ในรอบคัดเลือกพวกเขาชนะโอเดนเซด้วยสกอร์รวม 12-0 ซึ่งเป็นการปูทางสู่ผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดทัวร์นาเมนต์ มีเพียง ยูเวนตุส เท่านั้นที่เป็นบททดสอบที่แท้จริงจนต้องไปเล่นนัดเพลย์ออฟที่ปารีส ส่วนสตองดาร์ ลีแอช พ่ายไปด้วยสกอร์รวม 6-0 ในรอบรองชนะเลิศ เส้นทางอันยอดเยี่ยมนี้ส่งให้เรอัลผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 6 จาก 7 ฤดูกาลของรายการแข่งขันนี้
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของ เรอัล มาดริด แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B |
|---|---|---|---|
| กันยายน 1961 | โอเดนเซ | 0-3 | เรอัล มาดริด |
| ตุลาคม 1961 | เรอัล มาดริด | 9-0 | โอเดนเซ |
| พฤศจิกายน 1961 | เรอัล มาดริด | 2-0 | วาซาส |
| พฤศจิกายน 1961 | วาซาส | 1-3 | เรอัล มาดริด |
| 14 กุมภาพันธ์ 1962 | ยูเวนตุส | 0-1 | เรอัล มาดริด |
| 21 กุมภาพันธ์ 1962 | เรอัล มาดริด | 0-1 | ยูเวนตุส |
| 28 กุมภาพันธ์ 1962 | เรอัล มาดริด | 3-1 | ยูเวนตุส |
| มีนาคม 1962 | เรอัล มาดริด | 4-0 | สตองดาร์ ลีแอช |
| เมษายน 1962 | สตองดาร์ ลีแอช | 0-2 | เรอัล มาดริด |
ผลงานช่วงหลังของเรอัล มาดริด แสดงถึงความเหนือชั้นอย่างต่อเนื่อง โดยสะดุดเพียงการพ่ายเกมเหย้าต่อ ยูเวนตุส เท่านั้น ซึ่งมีสามผลการแข่งขันที่สะท้อนฟอร์มของทีมก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ
ผลงานช่วงหลังของเรอัล มาดริด มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เรอัล มาดริด วางแผนการเล่นรับมือเบนฟิก้า โดยเน้นการเคลื่อนที่ของ ดิ สเตฟาโน และการจบสกอร์ของ ปุสกาช มิเกล มูญอซ ส่ง ดิ สเตฟาโน ลงเล่นในบทบาทตัวต่ำที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ คอยคุมเกมจากแดนกลาง ส่วน ปุสกาช ปักหลักใกล้ปากประตู คอยลงโทษทุกพื้นที่ว่างที่เกมรับของเบนฟิก้า เปิดให้ ขณะที่ ฟรานซิสโก เคนโต ใช้ความเร็วโจมตีทางกราบซ้ายเพื่อกดดันฝั่งขวาของเบนฟิก้าแผนนี้ได้ผลยอดเยี่ยมในครึ่งแรก เมื่อ ปุสกาช ซัดไปถึงสามประตูตั้งแต่ก่อนนาทีที่ 40 ทว่าเหล่านักเตะวัยเก๋าของ เรอัล เริ่มมีอาการล้าหลังพักครึ่ง จนต้องดิ้นรนเพื่อรับมือกับสปีดเกมของ เบนฟิก้า การที่ คาเวม ตามประกบติด ดิ สเตฟาโน ทำให้การลำเลียงบอลขาดตอน และปล่อยให้ ปุสกาช ต้องโดดเดี่ยวในแดนหน้า
ขุมกำลังชุดยูโรเปียนคัพของเรอัล มาดริด ประกอบด้วยสตาร์ดังชุดแชมป์ห้าสมัย ผสมผสานกับผู้เล่นที่เสริมเข้ามาในช่วงต้นทศวรรษ 1960 โดย มูญอซ ยังคงพึ่งพาแกนหลักมากประสบการณ์ที่นำทัพโดย ดิ สเตฟาโน, ปุสกัส และ เคนโต
รายชื่อผู้เล่นในทีมชุดยูโรเปียนคัพของเรอัล มาดริด มีดังต่อไปนี้
การพบกันระหว่าง เบนฟิก้า กับ เรอัล มาดริด ครั้งล่าสุดในช่วงเวลารอบชิงชนะเลิศที่อัมสเตอร์ดัม ก็คือนัดชิงชนะเลิศนัดดังกล่าวนั่นเอง เนื่องจากทั้งสองสโมสรไม่เคยพบกันในรายการแข่งขันระดับยุโรปมาก่อนเลยจนกระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 1962 ไม่มีการบันทึกการแข่งขันกระชับมิตรหรือเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการระหว่างสองสโมสรในยูโรเปียนคัพก่อนหน้าวันดังกล่าว นัดชิงชนะเลิศนี้ถือเป็นการปะทะกันครั้งแรกระหว่างแชมป์เก่ากับสโมสรที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุด การพบกันครั้งถัดมาเกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 1964/65 ซึ่ง เบนฟิก้า เอาชนะไปได้ 5-1 ในลิสบอน เรอัลเอาชนะในเลกที่สอง 2-1 ที่มาดริด ทว่า เบนฟิก้า เป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบด้วยผลรวม 6-3 ผู้เล่นหลายคนที่ผ่านนัดชิงชนะเลิศปี 1962 ได้กลับมาลงสนามในการแข่งขันรอบดังกล่าว ซึ่งรวมถึงเอวเซบิโอ โกลูนา ปุสกาช และเคนโต การพบกันในยุคแรกเหล่านี้ทำให้ เบนฟิก้า ครองความได้เปรียบอย่างยาวนานในสถิติการพบกันโดยรวม
จุดตัดสำคัญในเกมรุกระหว่าง เบนฟิก้า กับ เรอัล มาดริด อยู่ที่เรื่องของอายุ ความเร็ว และแหล่งที่มาของประตู เรอัลสร้างเกมรุกผ่านวิสัยทัศน์ของดิ สเตฟาโนและจังหวะจบสกอร์ของปุสกาช สองผู้เล่นที่อยู่ในช่วงปลายของอาชีพค้าแข้งระดับตำนาน เบนฟิก้า เปิดเกมบุกด้วยความสดของดาวรุ่งและความเร็ว นำทัพโดยเอวเซบิโอ, โชเซ ออกุสโต และซิโมเอส เรอัลยิงไป 27 ประตูก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งหลายลูกมาจากการเซ็ตบอลอย่างอดทนและความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยม เบนฟิก้า ยิงได้ 17 ประตู โดย 14 ลูกในจำนวนนั้นเกิดขึ้นในเกมเหย้าที่ลิสบอน การยิงไกลกลายเป็นอาวุธสำคัญของทั้งสองทีม ดังที่โคลูนาและปุสกาชได้พิสูจน์ให้เห็นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ความแตกต่างที่ชัดเจนนี้เป็นการประชันกันระหว่างประสบการณ์กับพละกำลังบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
การดวลแท็กติกที่ตัดสินเกมระหว่าง เบนฟิก้า กับ เรอัล มาดริด เน้นหนักไปที่แดนกลาง พื้นที่ริมเส้น และในกรอบเขตโทษ การปะทะกันระหว่างคาเวมกับดิ สเตฟาโนมีผลอย่างยิ่งต่อรูปเกมในครึ่งหลัง เมื่อฮาล์ฟแบ็กของ เบนฟิก้า ตามประกบจนเพลย์เมกเกอร์ของเรอัลแผลงฤทธิ์ไม่ออกหลังพักครึ่ง การดวลกันระหว่างโคลูนากับเฟโลเป็นตัวตัดสินพื้นที่กลางสนาม ซึ่ง เบนฟิก้า สามารถคุมเกมได้เบ็ดเสร็จในช่วง 40 นาทีสุดท้าย การเผชิญหน้าระหว่างเอวเซบิโอกับปาชินและซานตามาริอานำมาซึ่งจุดโทษในนาทีที่ 65 เคนโตดวลกับมาริโอ โจอาวคอยทดสอบเกมรับฝั่งขวาของ เบนฟิก้า โดยเฉพาะในครึ่งแรก ส่วนปุสกาชในการดวลกับแฌร์มาโนเป็นฝ่ายครองความเหนือกว่าอย่างชัดเจนในครึ่งเวลาแรก โดยดาวยิงชาวฮังการีซัดไปถึงสามประตู
กอชตา เปไรรา และโชเซ อาราคิสตายน์ ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงให้กับ เบนฟิก้า และ เรอัล มาดริด กอชตา เปไรรา ครองตำแหน่งตัวจริงของ เบนฟิก้า ในนัดชิงชนะเลิศทั้งปี 1961 และ 1962 อาราคิสตายน์ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้เรอัลหลังจากยึดตำแหน่งมือหนึ่งมาได้ก่อนหน้านี้ในฤดูกาล กอชตา เปไรรา เสียไปสามประตูในครึ่งแรกให้กับปุสกาช ทว่ากลับมาเล่นได้อย่างเหนียวแน่นหลังพักครึ่ง อาราคิสตายน์ต้องเจอกับความกดดันอย่างต่อเนื่องในครึ่งหลัง และเสียถึงสามประตูระหว่างนาทีที่ 51 ถึง 68 สองประตูของเอวเซบิโอเอาชนะอาราคิสตายน์ได้จากทั้งจุดโทษและลูกยิงไกล ฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังของกอชตา เปไรรา จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ เบนฟิก้า พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ
ใช่ เบนฟิก้า สามารถเอาชนะ เรอัล มาดริด ในศึกยูโรเปียนคัพได้ โดย เบนฟิก้า พิสูจน์ให้เห็นแล้วในรอบชิงชนะเลิศปี 1962 หลังคว้าชัย 5-3 ที่อัมสเตอร์ดัม ทั้งที่ตามหลัง 3-2 ในช่วงพักครึ่ง โคลูนาทำประตูตีเสมอผลการแข่งขันในนาทีที่ 51 จากลูกยิงไกล ก่อนที่เอวเซบิโอจะยิงสองประตูภายในสามนาที พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่สองติดต่อกันให้กับ เบนฟิก้า การแก้เกมช่วงพักครึ่งของกุตต์มันน์สามารถหยุดดิ สเตฟาโนได้อยู่หมัดและพลิกสถานการณ์ในเกมนัดชิงชนะเลิศ จากนั้น เบนฟิก้า ยังเอาชนะเรอัล 5-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 1965 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของสโมสรในการชนะตารางการแข่งขันนี้
วิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง เบนฟิก้า พบ เรอัล มาดริด
บทวิเคราะห์แมตช์ระหว่าง เบนฟิกา พบ เรอัล มาดริด ครอบคลุมเกมนัดชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพปี 1962 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม…