บทวิเคราะห์การแข่งขัน อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส เจาะลึกเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันของสองทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์กาตาร์ ทัพ "ลา อัลบิเซเลสเต" ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศหลังจากพลิกล็อกพ่าย ซาอุดีอาระเบีย 2-1 ในนัดเปิดสนาม ก่อนจะทำผลงานไร้พ่าย 5 นัดติดต่อกัน ด้านทัพ "เลส์ เบลอส์" ลงเล่นในฐานะแชมป์เก่า โดยพกสถิติคว้าชัย 5 จาก 6 นัดเข้าสู่ ลูเซล การพบกันในฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุดของทั้งสองทีมจบลงด้วยชัยชนะ 4-3 ของ ฝรั่งเศส ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายปี 2018 ที่คาซาน โดย ลิโอเนล เมสซี และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ต่างเป็นกำลังหลักในการทำสกอร์ของแต่ละทีม พร้อมก้าวเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศด้วยผลงาน 5 ประตูเท่ากัน

บทวิเคราะห์การแข่งขัน อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส ติดตามเกมนัดชิงชนะเลิศที่รูปเกมพลิกผันไปมาตลอด 120 นาที อาร์เจนตินา ขึ้นนำไปก่อน 2-0 ในครึ่งแรกจากลูกจุดโทษของ เมสซี ในนาทีที่ 23 และจังหวะจบสกอร์ของ อังเคล ดิ มาเรีย ในนาทีที่ 36 ขณะที่ ฝรั่งเศส ยิงไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนกระทั่ง เอ็มบัปเป้ ซัดจุดโทษเข้าไปในนาทีที่ 80 ตามด้วยการยิงวอลเลย์ตีเสมอในอีก 97 วินาทีถัดมา เมสซี ยิงให้ อาร์เจนตินา ขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 108 ก่อนที่ เอ็มบัปเป้ จะทำแฮตทริกสำเร็จจากจุดโทษในนาทีที่ 118 ผลการแข่งขันเสมอกัน 3-3 หลังจบช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่ง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เซฟลูกยิงของ กิงส์เล กอมาน ได้ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี ยิงหลุดกรอบ จากนั้น กอนซาโล มอนติเอล ซัดจุดโทษลูกตัดสิน พาทีมชนะการดวลจุดโทษ 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก สมัยที่ 3 ให้กับ อาร์เจนตินา ได้สำเร็จ
อัตราต่อรองการแข่งขันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส แสดงให้เห็นถึงความน่าจะเป็นโดยนัยที่บริษัทรับพนันถูกกฎหมายกำหนดให้กับแต่ละฝ่ายก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ โดย อาร์เจนตินา เปิดมาเป็นต่อเล็กน้อย มีราคาจ่ายที่ต่ำกว่า ฝรั่งเศส ในส่วนของราคาจ่าย 90 นาที ราคาขยับไปทาง อาร์เจนตินา ตลอดทั้งสัปดาห์ สะท้อนถึงแรงหนุนมหาศาลจากแฟนบอลที่มีต่อ ลิโอเนล เมสซี ในการลงเล่นฟุตบอลโลก ครั้งที่ห้าของเขา ด้าน ฝรั่งเศส มีราคาจ่ายที่สูงกว่าแม้จะมีสถานะเป็นแชมป์เก่า เนื่องจากเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดภายในทีมสร้างความกังวลเรื่องความฟิตก่อนเริ่มการแข่งขัน จำนวนประตูรวม (O/U) อยู่ที่ 2.5 ประตู ซึ่งสอดคล้องกับแนวรุกของทั้งสองทีมที่ทำค่าเฉลี่ยได้มากกว่าสองประตูต่อเกมในกาตาร์ ขณะที่แต้มต่อ (HDP) มีแฮนดิแคปเพียง ปป. (หนึ่งส่วนสี่ลูก) บ่งชี้ว่าจะเป็นเกมที่สูสีกันตลอด 90 นาที ตารางอัตราต่อรองด้านล่างแสดงตัวเลขก่อนเริ่มการแข่งขันสำหรับ อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส

อัตราต่อรองการแข่งขันสำหรับคู่ อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| อาร์เจนตินา | ทีม | ฝรั่งเศส |
|---|---|---|
| +150 | ราคาเปิด | +185 |
| +140 | ราคาจ่าย | +195 |
| 2.5 | จำนวนประตูรวม | 2.5 |
| -0.25 | แต้มต่อ | +0.25 |
สถิติการพบกันของ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส ครอบคลุมการพบกันในฟุตบอลโลก ทั้งหมดสี่ครั้งระหว่างทั้งสองทีมชาติ ประวัติการแข่งขันในรายการนี้ครอบคลุมปี 1930, 1978, 2018 และ 2022 แบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม รอบน็อกเอาต์ และนัดชิงชนะเลิศ โดย อาร์เจนตินา เป็นฝ่ายชนะในการพบกันสองครั้งแรกด้วยผลต่างประตูเดียว โดยเอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 ที่มอนเตวิเดโอ และ 2-1 ที่บัวโนสไอเรส ก่อนที่ ฝรั่งเศส จะเอาคืนในปี 2018 ด้วยการชนะ 4-3 ที่คาซาน จากสองประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ภายในเวลาสี่นาที ส่วนนัดชิงชนะเลิศปี 2022 จบลงด้วยผลเสมอ 3-3 หลังต่อเวลาพิเศษ และ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ไปครองด้วยการดวลจุดโทษ 4-2 สถิติด้านล่างนี้ระบุการพบกันในฟุตบอลโลก แต่ละนัดระหว่าง อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส

สถิติการพบกันของ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | ทีม | รายการแข่งขัน | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 15 กรกฎาคม 1930 | ฝรั่งเศส พบ อาร์เจนตินา | ฟุตบอลโลก 1930, รอบแบ่งกลุ่ม | 0-1 |
| 6 มิถุนายน 1978 | อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก 1978, รอบแรก | 2-1 |
| 30 มิถุนายน 2018 | ฝรั่งเศส พบ อาร์เจนตินา | ฟุตบอลโลก 2018, รอบ 16 ทีมสุดท้าย | 4-3 |
| 18 ธันวาคม 2022 | อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก 2022, นัดชิงชนะเลิศ | 3-3 (จุดโทษ 4-2) |
อาร์เจนตินา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 5 เกมหลังสุด ด้วยผลชนะ 4 นัดและเสมอ 1 นัด ครอบคลุมการแข่งขันตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ ผลงานในช่วงนี้เกิดขึ้นหลังจากความพ่ายแพ้ในนัดเปิดสนาม 2-1 ต่อ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งบีบให้พวกเขาต้องชนะรวดในกลุ่ม C การเก็บคลีนชีตในเกมกับ เม็กซิโก, โปแลนด์ และ โครเอเชีย แสดงให้เห็นถึงเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการแข่งขันดำเนินไป ส่วนเกมรอบก่อนรองชนะเลิศกับ เนเธอร์แลนด์ เป็นเกมเดียวที่จบลงด้วยผลเสมอ โดยตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ 4-3 หลังจากเสมอกัน 2-2 ลิโอเนล เมสซี และ ฮูเลียน อัลบาเรซ ประสานงานกันทำได้ถึงแปดจาก 11 ประตู โดย อัลบาเรซ ยิงคนเดียวสองประตูในเกมรอบรองชนะเลิศที่ชนะ โครเอเชีย 3-0
ตารางด้านล่างแสดงผลการแข่งขัน 5 นัดหลังสุดของอาร์เจนตินา ตามลำดับ
ผลงานของอาร์เจนตินาใน 5 เกมหลังสุด
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B | รายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 26 พฤศจิกายน 2022 | อาร์เจนตินา | 2-0 | เม็กซิโก | ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม |
| 30 พฤศจิกายน 2022 | อาร์เจนตินา | 2-0 | โปแลนด์ | ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม |
| 3 ธันวาคม 2022 | อาร์เจนตินา | 2-1 | ออสเตรเลีย | ฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย |
| 9 ธันวาคม 2022 | อาร์เจนตินา | 2-2 (จุดโทษ 4-3) | เนเธอร์แลนด์ | ฟุตบอลโลก รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 13 ธันวาคม 2022 | อาร์เจนตินา | 3-0 | โครเอเชีย | ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ |
ฝรั่งเศส ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งตลอด 5 เกมหลังสุด ด้วยผลชนะ 4 นัดและแพ้ 1 นัด ครอบคลุมการแข่งขันตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ โดยความพ่ายแพ้เพียงนัดเดียวเกิดขึ้นในเกมที่แพ้ ตูนิเซีย 1-0 ซึ่งพวกเขาใช้ผู้เล่นสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่หลังจากผ่านเข้ารอบไปแล้ว ชัยชนะในรอบน็อกเอาต์เหนือ โปแลนด์, อังกฤษ และ โมร็อกโก แสดงให้เห็นถึงทีมที่สามารถรับมือกับเกมที่ตึงเครียดในการเจอกับสไตล์การเล่นที่หลากหลายได้อย่างยอดเยี่ยม คีเลียน เอ็มบัปเป้ ยิงไปสี่ประตูจากผลงานช่วงนี้ ขณะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ทำประตูชัยในเกมกับ อังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และชัยชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศเหนือ โมร็อกโก ก็ส่งให้ทัพตราไก่ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน
ผลงานของฝรั่งเศสใน 5 เกมหลังสุด แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
ผลงานของฝรั่งเศสใน 5 เกมหลังสุด
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B | รายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 26 พฤศจิกายน 2022 | เดนมาร์ก | 1-2 | ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม |
| 30 พฤศจิกายน 2022 | ตูนิเซีย | 1-0 | ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม |
| 4 ธันวาคม 2022 | โปแลนด์ | 1-3 | ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย |
| 10 ธันวาคม 2022 | อังกฤษ | 1-2 | ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 14 ธันวาคม 2022 | โมร็อกโก | 0-2 | ฝรั่งเศส | ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ |
ตารางคะแนนกลุ่ม C แสดงให้เห็นว่าอาร์เจนตินาจบในตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มที่มี 4 ทีม เหนือกว่า โปแลนด์, เม็กซิโก และ ซาอุดีอาระเบีย โดยอาร์เจนตินาเก็บได้หกคะแนนหลังจากฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ในนัดเปิดสนาม 2-1 ต่อ ซาอุดีอาระเบีย การคว้าชัยชนะสองนัดติดต่อกันด้วยสกอร์ 2-0 เหนือ เม็กซิโก และ โปแลนด์ ทำให้พวกเขากลับมาควบคุมสถานการณ์ในกลุ่มได้ในสองนัดสุดท้าย ด้าน โปแลนด์ คว้าอันดับสองด้วยผลต่างประตูได้เสีย หลังมีสี่คะแนนเท่ากับ เม็กซิโก ส่วน ซาอุดีอาระเบีย หล่นไปอยู่อันดับสี่ด้วยการมีสามคะแนน แม้จะสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่มก็ตาม การคว้าอันดับหนึ่งทำให้อาร์เจนตินาผ่านเข้าไปพบกับออสเตรเลียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ตารางคะแนนทีมกลุ่ม C
| ทีม | ชนะ | แพ้ | เสมอ | นัดล่าสุด |
|---|---|---|---|---|
| อาร์เจนตินา | 2 | 1 | 0 | ชนะ 2-0 พบ โปแลนด์ |
| โปแลนด์ | 1 | 1 | 1 | แพ้ 0-2 พบ อาร์เจนตินา |
| เม็กซิโก | 1 | 1 | 1 | ชนะ 2-1 พบ ซาอุดีอาระเบีย |
| ซาอุดีอาระเบีย | 1 | 2 | 0 | แพ้ 1-2 พบ เม็กซิโก |
ตารางคะแนนบอลโลก แสดงให้เห็นว่า อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส เป็นสองทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุดตลอดเจ็ดนัดที่ลงเล่นในกาตาร์ โดย ฝรั่งเศส เฉือนชนะในเรื่องการทำประตูไปที่ 16 ประตู ต่อ 15 ประตูของ อาร์เจนตินา ขณะที่ทั้งสองทีมเสียไปแปดประตูเท่ากัน ด้าน อาร์เจนตินา เก็บคลีนชีตได้สามนัด ซึ่งมากกว่า ฝรั่งเศส อยู่สองนัด สะท้อนถึงสถิติเกมรับที่เหนียวแน่นกว่าตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ฝรั่งเศส ชนะห้านัดเมื่อเทียบกับสี่นัดของ อาร์เจนตินา แม้ว่าผลเสมอทั้งสองนัดของอาร์เจนตินาจะจบลงด้วยชัยชนะในการดวลจุดโทษก็ตาม สถิติเกมเหย้าและเกมเยือนไม่มีผลแต่อย่างใด เนื่องจากทุกนัดลงเล่นในสนามเป็นกลางในกาตาร์ โดยตัวเลขสุดท้ายของทั้งสองฝ่ายต่างกันเพียงผลต่างประตูเดียว ดังที่แสดงใน ตารางคะแนนบอลโลก
สถิติฟุตบอลโลก แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| อาร์เจนตินา | ทีม | ฝรั่งเศส |
|---|---|---|
| 7 | กลุ่ม | 7 |
| 4 | ชนะ | 5 |
| 2 | เสมอ | 1 |
| 1 | แพ้ | 1 |
| 15 | ประตูที่ทำได้ | 16 |
| 8 | ประตูที่เสีย | 8 |
| +7 | ผลต่างประตูได้เสีย | +8 |
| สนามเป็นกลาง | สถิติเกมเหย้า | สนามเป็นกลาง |
| สนามเป็นกลาง | สถิติเกมเยือน | สนามเป็นกลาง |
| 3 | คลีนชีต | 1 |
แมตช์การแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง ประกอบด้วย โปรแกรมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 4 นัดสุดท้ายของ รายการแข่งขัน ซึ่งแต่ละนัดล้วนมีผลโดยตรงต่อการคว้าถ้วยแชมป์ โดยมีคู่ระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส เป็นไฮไลต์สำคัญในฐานะนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 18 ธันวาคม ที่ สนามลูเซล สเตเดียม ขณะที่การพบกันในรอบรองชนะเลิศเป็นการดวลกันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ โครเอเชีย และ ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก ซึ่งทีมเต็งต่างตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ทั้งคู่ ด้าน โครเอเชีย และ โมร็อกโก โคจรมาพบกันในนัดชิงอันดับสามหนึ่งวันก่อนหน้าเกมนัดชิงชนะเลิศ โดยเป็น โครเอเชีย ที่คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-1 ที่ สนามเหย้า คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สำหรับการถ่ายทอดสดดำเนินการผ่าน ฟ็อกซ์ และ เทเลมุนโด ใน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการในแต่ละภูมิภาค โดยตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมโปรแกรมนัดส่งท้ายผ่าน โปรแกรมการแข่งขันบอลโลก
แมตช์การแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | การแข่งขัน | สนามแข่งขัน | รอบการแข่งขัน | ถ่ายทอดสด |
|---|---|---|---|---|
| 13 ธันวาคม 2022 | อาร์เจนตินา พบ โครเอเชีย | สนามลูเซล สเตเดียม | รอบรองชนะเลิศ | ฟ็อกซ์, เทเลมุนโด |
| 14 ธันวาคม 2022 | ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก | อัล เบย์ท สเตเดียม | รอบรองชนะเลิศ | ฟ็อกซ์, เทเลมุนโด |
| 17 ธันวาคม 2022 | โครเอเชีย พบ โมร็อกโก | สนามเหย้า คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล | การแข่งขัน ชิงอันดับสาม | ฟ็อกซ์, เทเลมุนโด |
| 18 ธันวาคม 2022 | อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส | สนามลูเซล สเตเดียม | รอบชิงชนะเลิศ | ฟ็อกซ์, เทเลมุนโด |
การตรวจสอบตารางคะแนนบอลโลกล่าสุด สามารถทำได้ผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สองสามแห่งซึ่งแฟนบอลและนักเดิมพันนิยมใช้ระหว่างรายการแข่งขัน โดยแต่ละแหล่งข้อมูลจะอัปเดตคะแนน, ผลต่างประตูได้เสีย และอันดับในกลุ่มทันทีหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลา ทั้งนี้ แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการและได้รับการยืนยันจะช่วยให้ตัวเลขมีความแม่นยำตลอดทุกรอบการแข่งขัน
คุณสามารถตรวจสอบตารางคะแนนบอลโลกล่าสุด ได้โดยทำตาม 5 ขั้นตอนด้านล่างนี้
ข้อมูลการแข่งขันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส สามารถดูได้บน UFABET ผ่านขั้นตอนง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอนที่ทำได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม ขั้นตอนนี้ครอบคลุมการเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ การค้นหาตารางการแข่งขัน การตรวจสอบตลาดแทงบอล และการเช็กสถิติต่างๆ ในแต่ละขั้นตอนจะรวบรวมทั้งอัตราต่อรอง ข้อมูลทีม และผลการแข่งขันเข้าไว้ด้วยกันในส่วนของการ แทงบอล
ข้อมูลการแข่งขันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส สามารถตรวจสอบได้บน UFABET โดยทำตาม 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
ตลาดแทงบอลสำหรับเกมระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส บน UFABET มีตัวเลือกการเดิมพันหลากหลายรูปแบบที่นอกเหนือไปจากการทายผลชนะหรือแพ้แบบทั่วไป แต่ละตลาดแทงบอลจะเน้นไปที่ส่วนต่างๆ ของเกมนัดชิงชนะเลิศ ตั้งแต่ผลการแข่งขันไปจนถึงทีมที่จะคว้าถ้วยแชมป์ ตัวเลือกด้านล่างนี้คือตลาดแทงบอลมาตรฐานที่เปิดให้บริการสำหรับนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก
ตลาดแทงบอลที่สามารถเลือกเล่นได้สำหรับการแข่งขันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส มีระบุไว้ดังต่อไปนี้
สถิติการแข่งขันของ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส มีผลต่อการกำหนดอัตราต่อรองของสปอร์ตบุ๊กก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ อันดับโลกฟีฟ่าระบุให้ อาร์เจนตินา อยู่อันดับ 3 และ ฝรั่งเศส อยู่อันดับ 4 โดยมีช่องว่างคะแนนเพียงเล็กน้อยระหว่างสองยอดทีม ฟอร์มการเล่นล่าสุด สถิติการทำประตู และประตูที่เสีย ล้วนส่งผลโดยตรงต่อราคาจ่ายและไลน์จำนวนประตูรวม ประวัติการพบกันของฟุตบอลโลก ช่วยเพิ่มข้อมูลประกอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น จากการที่ อาร์เจนตินา ชนะ 2 นัด ขณะที่ ฝรั่งเศส ชนะ 1 นัดในรายการแข่งขันนี้ ตัวเลขสถิติเกมรับที่สูสีกันเป็นเหตุผลที่ทำให้การตั้งราคาของบรรดาสปอร์ตบุ๊กออกมาเบียดกันอย่างมาก
สถิติการแข่งขันที่มีผลต่ออัตราต่อรองของการแข่งขันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| อาร์เจนตินา | ทีม | ฝรั่งเศส |
|---|---|---|
| 3 | อันดับฟีฟ่า | 4 |
| ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ | ฟอร์มล่าสุด (5 นัดที่ลงเล่น ล่าสุด) | ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ |
| 2.00 | ประตูที่ทำได้ต่อนัด | 2.17 |
| 0.83 | ประตูที่เสียต่อนัด | 0.83 |
| ชนะ 2 แพ้ 1 (บอลโลก) | สถิติการพบกัน | ชนะ 1 แพ้ 2 (บอลโลก) |
อัตราต่อรองล่าสุดของคู่ อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส กำหนดให้ อาร์เจนตินา เป็นทีมเต็งที่ราคา +140 ขณะที่ ฝรั่งเศส เป็นทีมรองที่ราคา +195 อัตราต่อรองผลเสมอในเวลา 90 นาที อยู่ที่ประมาณ +200 ซึ่งสะท้อนถึงความสูสีของเกมคู่นี้ สปอร์ตบุ๊กตั้งราคาโดยอิงจากอันดับฟีฟ่า ฟอร์มในรายการแข่งขัน และการพบกันเมื่อปี 2018 ที่คาซาน ราคาของ อาร์เจนตินา ปรับลดลงมาจากราคาเปิดที่ +150 เนื่องจากมีกระแสเงินเดิมพันจากแฟนบอลที่เทใจเชียร์ลิโอเนล เมสซี ส่วนราคาของ ฝรั่งเศส ขยับไหลขึ้นจาก +185 หลังจากมีรายงานข่าวเรื่องไวรัสระบาดภายในแคมป์ทีมในช่วงไม่กี่วันก่อนเริ่มการแข่งขัน ราคา +140 จะให้ผลตอบแทน $140 จากเงินเดิมพัน $100 ขณะที่ราคา +195 จะให้ผลตอบแทน $195 จากยอดเงินเดิมพันเท่ากัน ไลน์จำนวนประตูรวมตั้งไว้ที่ 2.5 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดแทงบอลที่ผูกกับผลรวมประตูของทั้งสองทีม อัตราต่อรองสุดท้ายนิ่งลงไม่นานก่อนเริ่มเขี่ยบอล เพื่อสรุปตัวเลขที่จะนำมาใช้ตัดสินผลการเดิมพันทั้งหมด
สถิติการแข่งขันช่วงหลังของอาร์เจนตินาแสดงให้เห็นถึงทีมที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรอบน็อกเอาต์ที่กาตาร์ โดยมีสามผลการแข่งขันที่โดดเด่นจากเส้นทางที่พาขุนพล ลา อัลบิเซเลสเต ก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
สถิติการแข่งขันช่วงหลังของอาร์เจนตินา มีรายละเอียดระบุไว้ด้านล่างนี้
อาร์เจนตินา วางแผนการเล่นในระบบ 4-3-3 โดยโยก อังเฆล ดิ มาริอา ไปยืนปีกซ้าย การตัดสินใจของ ลิโอเนล สกาโลนี มุ่งเป้าโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลัง อุสมาน เดมเบเล ซึ่งแทบไม่ค่อยลงมาช่วยเกมรับทางกราบขวาของฝรั่งเศส ดิ มาริอา เรียกจุดโทษเบิกร่องได้และยิงประตูที่สองจากริมเส้นฝั่งนั้นในช่วง 36 นาทีแรก โรดริโก เด ปอล, เอ็นโซ แฟร์นันเดซ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ช่วยกันบีบพื้นที่แดนกลางของฝรั่งเศส ทำให้ตัดเส้นทางจ่ายบอลไปถึง อองตวน กรีซมันน์ เมสซี รับบทบาทอิสระระหว่างไลน์ โดยเน้นเชื่อมเกมมากกว่าจะวิ่งไล่ตามตัวประกบ อาร์เจนตินา รักษารูปขบวนที่รัดกุมเมื่อได้ประตูนำ เพื่อปกป้องความได้เปรียบกระทั่งการเปลี่ยนตัวของฝรั่งเศสทำให้เกมเปิดกว้างขึ้น แผนของสกาโลนีคุมเกมได้ตลอด 80 นาทีแรก โดยที่ ฝรั่งเศส ไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก
รายชื่อของอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลก ประกอบด้วยผู้เล่น 26 คนที่ ลิโอเนล สกาโลนี คัดเลือกมาทั้งในตำแหน่งผู้รักษาประตู เกมรับ กองกลาง และเกมรุก ขุมกำลังนี้เป็นการผสมผสานแกนหลักจาก โคปา อเมริกา 2021 เข้ากับดาวรุ่งที่เสริมเข้ามาอย่าง เอ็นโซ แฟร์นันเดซ และ ฮูเลียน อัลบาเรซ
ผู้เล่นที่มีรายชื่ออยู่ในทีมอาร์เจนตินาชุดฟุตบอลโลก มีดังต่อไปนี้
ฝรั่งเศส จบด้วยการเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม D ด้วยการมี 6 คะแนน โดยจบอันดับเหนือกว่า ออสเตรเลีย ด้วยผลต่างประตูได้เสีย ทัพเลส์ เบลอส์ ประเดิมสนามด้วยการชนะ ออสเตรเลีย 4-1 หลังพลิกสถานการณ์จากการโดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม ชัยชนะ 2-1 เหนือ เดนมาร์ก ช่วยการันตีการผ่านเข้ารอบหลังผ่านไปสองนัด โดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ เหมาทำคนเดียวทั้งสองประตู ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ โรเตชันผู้เล่นในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม และ ตูนิเซีย ก็เฉือนชนะทีมชุดสำรองของฝรั่งเศสไป 1-0 การคว้าอันดับหนึ่งทำให้พวกเขาโคจรไปพบกับ โปแลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่ง ฝรั่งเศส เอาชนะไปได้ 3-1
ตารางด้านล่างนี้แสดงจำนวนนัดที่ลงเล่นของฝรั่งเศส ในรอบแบ่งกลุ่ม
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B |
|---|---|---|---|
| 22 พฤศจิกายน 2022 | ออสเตรเลีย | 1-4 | ฝรั่งเศส |
| 26 พฤศจิกายน 2022 | เดนมาร์ก | 1-2 | ฝรั่งเศส |
| 30 พฤศจิกายน 2022 | ตูนิเซีย | 1-0 | ฝรั่งเศส |
ฝรั่งเศส ทำผลงานช่วงหลังได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการจบสกอร์ที่เฉียบคมและการควบคุมเกมช่วงท้ายตลอดรอบน็อคเอาท์ โดยมีสามผลการแข่งขันสำคัญที่นำทางไปสู่นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก สองสมัยติดต่อกัน
ผลงานช่วงหลังที่ฝรั่งเศสทำได้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ฝรั่งเศส วางแผนในการแข่งขันด้วยระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นการเปลี่ยนจังหวะเกมอย่างรวดเร็วไปที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทางฝั่งซ้าย โดย ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ พึ่งพา อองตวน กรีซมันน์ ในการเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางกับเกมรุก และมี อาเดรียง ราบิโอต์ กับ ออเรเลียง ชูอาเมนี คอยสกรีนแผงหลัง แผนการเล่นสะดุดตั้งแต่ต้นเกมเนื่องจาก อุสมาน เดมเบเล เจองานหนักเมื่อดวลกับ ดิ มาเรีย และ ฝรั่งเศส ไม่สามารถหาโอกาสยิงได้เลยในครึ่งแรก เดส์ชองส์ จึงถอด เดมเบเล และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ออกก่อนพักครึ่ง แล้วส่ง ร็องดาล โคโล มูอานี กับ มาร์คัส ตูราม ลงสนาม การปรับเปลี่ยนตัวหลังจากนั้นด้วยการส่ง คิงส์ลีย์ โกมอง และ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ช่วยเพิ่มความเร็วให้กับเกมรุกของฝรั่งเศส การปรับแท็กติกดังกล่าวพลิกสถานการณ์ของการแข่งขัน เมื่อ โคโล มูอานี เรียกจุดโทษในนาทีที่ 80 และ ตูราม แอสซิสต์ให้ เอ็มบัปเป้ ยิงวอลเลย์ตีเสมอ
รายชื่อผู้เล่นของฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก ประกอบด้วย 25 คน หลังจาก คาริม เบนเซมา ถอนตัวจากอาการบาดเจ็บก่อนเกมนัดเปิดสนาม โดย ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ สร้างทีมโดยมีแกนหลักจากชุดแชมป์ปี 2018 พร้อมเสริมผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง ออเรเลียง ชูอาเมนี และ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า
รายชื่อผู้เล่นที่ติดทัพฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก มีดังต่อไปนี้
อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส พบกันครั้งล่าสุดก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศในศึก ฟุตบอลโลก 2018 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2018 ซึ่งจัดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่คาซาน อารีนา โดย ฝรั่งเศส คว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 4-3 ปิดฉากแมตช์สุดดุเดือดที่รูปเกมพลิกไปมาถึงสามตลบ อองตวน กรีซมันน์ เป็นผู้ทำประตูขึ้นนำจากจุดโทษ ก่อนที่อังเคล ดิ มาเรีย และกาเบรียล เมร์คาโด จะยิงให้ อาร์เจนตินา พลิกแซงนำ 2-1 ในช่วงต้นครึ่งหลัง จากนั้นแบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ตามตีเสมอด้วยลูกยิงวอลเลย์สุดสวย และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก็มายิงเบิ้ลสองประตูภายในเวลาสี่นาทีเพื่อการันตีผลการแข่งขัน แม้เซร์ฆิโอ อเกูเอโร จะยิงตีตื้นมาได้หนึ่งลูกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ผลต่างจบลงที่ประตูเดียว ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของเอ็มบัปเป้บนเวทีระดับโลกด้วยวัยเพียง 19 ปี โดย อาร์เจนตินา มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือหลังความพ่ายแพ้ดังกล่าว ซึ่งได้ลิโอเนล สกาโลนี เข้ามาทำหน้าที่แทนฮอร์เก ซัมเปาลี ขณะที่ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ยังคงกุมบังเหียน ฝรั่งเศส ต่อไป โดยเมสซี, ดิ มาเรีย, กรีซมันน์, วาราน และเอ็มบัปเป้ ต่างพกพาความทรงจำจากคาซานเข้าสู่ ลูเซล ด้วยกันทั้งสิ้น
ความแตกต่างในเกมรุกที่สำคัญระหว่าง อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส อยู่ที่สไตล์การขึ้นเกมและบทบาทของกองหน้าตัวความหวังของแต่ละทีม อาร์เจนตินา สร้างสรรค์เกมรุกผ่านการประสานงานบอลสั้นรอบตัว ลิโอเนล เมสซี ซึ่งถอยลึกมารับบอลและกำหนดจังหวะการเล่น ฝรั่งเศส โจมตีด้วยความเร็วในการเปลี่ยนสถานะการเล่น โดยใช้การส่งบอลยาวไปให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทางกราบซ้าย อาร์เจนตินา กระจายการทำประตูระหว่าง เมสซี, ฮูเลียน อัลบาเรซ และตัวสอดจากแดนกลาง ขณะที่ ฝรั่งเศส พึ่งพา เอ็มบัปเป้ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ถึง 12 จากทั้งหมด 16 ประตู ลูกจุดโทษกลายเป็นอาวุธสำคัญอีกอย่างของ อาร์เจนตินา โดย เมสซี สังหารจุดโทษเข้าไปสี่ครั้งตลอดรายการแข่งขัน ฝรั่งเศส สร้างความอันตรายจากการเปิดบอลจากริมเส้นเข้าหา ชิรูด์ ซึ่งเป็นแนวทางการเล่นที่ อาร์เจนตินา แทบไม่เคยใช้ ความแตกต่างนี้นำมาสู่การประชันกันระหว่างการครองเกมอย่างอดทนกับความเร็วที่โจมตีโดยตรงในนัดชิงชนะเลิศ
การดวลแท็กติกที่มีอิทธิพลต่อเกมระหว่าง อาร์เจนตินา กับ ฝรั่งเศส มีศูนย์กลางอยู่ที่การต่อสู้ในสามตำแหน่งทั่วทั้งสนาม การเผชิญหน้าระหว่าง อังเคล ดิ มาเรีย กับ ฌูลส์ กุนเด้ และ อุสมาน เดมเบเล ทางฝั่งขวาของฝรั่งเศสเป็นตัวตัดสินเกมครึ่งแรก ซึ่งนำมาสู่จุดโทษและหนึ่งประตูของ อาร์เจนตินา การดวลกันในแผงมิดฟิลด์ตัวกลางเป็นการปะทะกันระหว่าง เอ็นโซ แฟร์นันเดซ, โรดริโก เด ปอล และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ อาเดรียง ราบิโอต์ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี โดยที่ อาร์เจนตินา ชิงการควบคุมจังหวะเกมได้ตั้งแต่ช่วงต้น การดวลกันระหว่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ กับ นาฮูเอล โมลินา ทางกราบขวาของอาร์เจนตินากำหนดทิศทางของเกมช่วงท้าย เมื่อ ฝรั่งเศส หาพื้นที่ด้านหลังแนวรับได้ คริสเตียน โรเมโร และ นิโกลัส โอตาเมนดิ ต้องรับมือกับความเร็วของ ร็องดาล โคโล มูอานี หลังการเปลี่ยนตัวของฝรั่งเศส จนเสียจุดโทษในนาทีที่ 80 การดวลกันของผู้รักษาประตูระหว่าง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ และ อูโก โยริส เป็นตัวตัดสินแชมป์ในการดวลจุดโทษ
เอมิเลียโน มาร์ติเนซ และ อูโก โยริส ลงเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส มาร์ติเนซ ยึดตำแหน่งตัวจริงของ อาร์เจนตินา มาตลอดทั้งรายการแข่งขัน ต่อยอดจากความสำเร็จใน โคปา อเมริกา 2021 โยริส สวมปลอกแขนกัปตันทีม ฝรั่งเศส และลงสนามเป็นตัวจริงทุกการแข่งขัน ยกเว้นเกมนัดสุดท้ายของรอบกลุ่มกับ ตูนิเซีย ซึ่ง สตีฟ ม็องด็องดา ได้ลงทำหน้าที่แทน การป้องกันลูกยิงของ มาร์ติเนซ โดดเด่นกว่าในช่วงเวลาชี้ชะตา รวมถึงจังหวะเซฟลูกยิงของ ร็องดาล โคโล มูอานี ในช่วงท้ายของการต่อเวลาพิเศษ โยริส ไม่สามารถเซฟลูกยิงของอาร์เจนตินาได้เลยจากทั้งหมดสี่ครั้งในการดวลจุดโทษ การเปิดบอลเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างระหว่างทั้งคู่ โดย มาร์ติเนซ เน้นการเคลียร์บอลยาว ส่วน โยริส เลือกการส่งบอลสั้นให้คู่เซ็นเตอร์แบ็ก มาร์ติเนซ เซฟลูกจุดโทษของ คิงส์เลย์ โกม็อง ได้ในการดวลจุดโทษ และคว้ารางวัลถุงมือทองคำไปครอง
ใช่ อาร์เจนตินา สามารถชนะ ฝรั่งเศส ในฟุตบอลโลกได้ อาร์เจนตินา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในรอบชิงชนะเลิศปี 2022 โดยชนะจุดโทษ 4-2 หลังเสมอ 3-3 ที่สนามลูเซล สเตเดียม อันดับฟีฟ่า สถิติเกมรับ และฟอร์มในรายการแข่งขันส่งผลให้อาร์เจนตินาดูได้เปรียบเล็กน้อยก่อนเข้าสู่การแข่งขัน แผนการเล่นของ ลิโอเนล สกาโลนี ควบคุมเกมได้ตลอด 80 นาทีแรก โดย อังเฆล ดิ มาเรีย เล่นงานฝั่งขวาของฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง การคัมแบ็กของฝรั่งเศสผ่าน คีเลียน เอ็มบัปเป้ แสดงให้เห็นถึงอันตรายในทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับทัพเลส์ เบลอส์ การเซฟของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ สร้างผลต่างสำคัญในการดวลจุดโทษ ช่วยพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์บอลโลกสมัยที่สามต่อจากปี 1978 และ 1986
วิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส
บทวิเคราะห์การแข่งขัน อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส เจาะลึกเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันของสองทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์กาตาร์…